มีใครทราบประวัติของพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนากันบ้างคะ
posted on 06 Feb 2009 20:33 by ta-dekkengพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ถึงแม้ว่าท่านไม่ได้เป็นชาวกาญจนบุรีโดยกำเนิดแต่ท่านก็ มีภรรยาเป็นชาวกาญจนบุรีถึง 2 ท่าน และได้ทำคุณประโยชน์ให้กับชาวกาญจนบุรี สมควรได้รับการเคารพยกย่อง บูชาและสมควรเป็นตัวอย่างที่ดี
ประวัติและการศึกษา
พระยาพหลฯ เป็นบุตรคนที่ 5 ของพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (กิม พหลโยธิน) และคุณหญิงจีบ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2430 ที่บ้านหน้าวัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) กรุงเทพฯ เมื่ออายุได้ 12 ปี ได้ขึ้นทะเบียน เป็นนายร้อยทหารบก
พ.ศ.2447 อายุได้ 16 ปี สอบชิงทุนหลวงไปศึกษาวิชาทหารที่ประเทศเยอรมัน
พ.ศ.2455 ได้ไปศึกษาต่อวิชาช่างแสงที่ประเทศเดนมาร์ก ประมาณ 1 ปีกลับมาได้ไปประจำกรมทหาร ปืนใหญ่ที่ 4 จ.ราชบุรี
พ.ศ.2557 ได้รับยศเป็นนายร้อยโท
พ.ศ.2460 ได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงสรายุทธสรสิทธิ์ และได้รับคำสั่งย้ายไปเป็นผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ ที่ 9 จ.ฉะเชิงเทรา
พ.ศ.2462 ได้เลื่อนยศเป็นพันตรี และย้ายไปดำรงตำแหน่งกรมจเรทหารปืนใหญ่ในกระทรวงกลาโหมและได้ไปดูงานกิจการทหารกองทัพบกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อกลับมาได้รับยศเป็นพันโท และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสรายุทธสรสิทธิ์ และไปรับราชการเป็นผู้อำนวยการ แผนกโรงเรียนทหารปืนใหญ่ที่โคกกระเทียม จ.ลพบุรี
พ.ศ.2471 เลื่อนยศเป็นพันเอก และดำรงตำแหน่งราชองครักษ์ประจำพระองค์เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนิน ประพาสสิงคโปร์ ชวา และบาหลี
พ.ศ.2474 ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพหลพลพยุหเสนา
พ.ศ.2475 ได้เป็นหัวหน้าคณะราษฎรทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิ- ราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2476
พ.ศ.2476 เกิดกบฏบวรเดชขึ้นโดยมีพลเอก พระองค์เจ้าบวรเดชเป็นหัวหน้า ได้ยกกำลังทหารหัวเมืองเข้า โจมตีกรุงเทพฯ ทางราชการได้ทำการปราบปรามได้สำเร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีและ เป็นผู้บัญชาการทหารบกและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ.2478 พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
พ.ศ.2487 ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง และในที่สุดก็ลาออก เมื่อ พ.ศ.2481
พ.ศ.2489 เป็นนายทหารนอกราชการเพื่อรับบำนาญ ต่อมาได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นทหารพิเศษ ประจำกองทัพบก และได้ล้มป่วย และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2490
แม้ว่าพลเอก พหลพลพยุหเสนา จะมิได้เป็นชาวกาญจนบุรีโดยกำเนิด แต่จ.กาญจนบุรีเป็นเสมือนบ้านเกิด เพราะท่านมาได้ภรรยาเป็นชาวกาญจนบุรีโดยแท้ และได้มาพำนักอยู่ที่กาญจนบุรีเป็นประจำ เมื่อตอนที่ท่าน ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะราษฎร์ก็ได้ชวนคณะของท่านมาร่วมสร้างพระอุโบสถวัดเทวสังฆาราม รวมทั้งการจัดสร้างโรงงานกระดาษของกรมแผนที่กระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นอนุสรณ์ความดี กระทรวงมหาดไทย โดยมติของคณะรัฐมนตรี จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริจาคเงินสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลและอนุสาวรีย์เพื่อเป็น อนุสรณ์แห่งคุณความดโดยใช้ชื่อว่า "โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา" ซึ่งก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ.2496 เป็น โรงพยาบาลประจำจ.กาญจนบุรีมาจนถึงปัจจุบัน อนุสาวรีย์ของท่านตั้งอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล ริมถนนแสงชูโต ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ลักษณะอนุสาวรีย์เป็นรูปยืนหล่อด้วยสัมฤทธฺ์ สูง 1.75 เมตร